พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อันล้ำค่า

หลวงพ่อเกศบล อายุกว่า 200 ป

ศูนย์รวมทางจิตใจของเหล่าข้าราชการตำรวจและชาวบ้านในระแวก

เป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าทีท่านได้ถูกอันเชิญมาประดิษฐาน มาเป็นพระประจำสถานีสมัย

พ.ต.ท. สวัสดิ์ บุรุษพัฒน์ (ปี พ.ศ. 2516 ) ดำรงตำแหน่งสารวัตรหัวหน้าสถานีซึ่งเดิมเรียกหลวงพ่อว่า หลวงพ่อต่อม ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นหลวงพ่อ เกศบล พระพุทธรูปที่ทรงค่าทางศิลปะที่สร้างในสมัยกรุงอยุธยาตอนปลาย ประจำอยู่วัดใดไม่มีใครทราบด้วยความงดงามทางศิลปะ ถูกตาต้องใจแก่ผู้นิยมของเก่า ถูกโจรกรรมโดยนำหลวงพ่อเกศบลผ่าน

คลองพระยาราชมนตรี เพื่อนำไปขึ้นเรื่อสินค้าที่จอดอยู่ปากอ่าวไทย ซึ่งจะนำไปยังต่างประเทศ ระหว่างทาง เรือได้คว่ำ ท่านจมอยู่ใต้คลองเป็นระยะเวลาเท่าใดไม่มีใครทราบ

โจรไม่กล้านำท่านออกจากสถานที่ดังกล่างเพราะบริเวณใกล้เคียง มีตำรวจ สน.ท่าข้ามตั้งด่านตรวจ ต่อมาชาวบ้านที่สันจรไปมาซึ่งในอดีต ใช้เรือหางยาว ใชเส้นทางผ่านบริเวณที่จม ใบพัดหางเสือเรือแตกเป็นประจำไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ ชาวบ้านจึงนำเรื่องดังกล่าวมาแจ้งแก่ พ.ต.ท. สวัสดิ์ บุรุษพัฒน์ สารวัตรหัวหน้าสถานี ในสมัยนั้น จึงนำกำลังตำรวจร่วมกับชาวบ้านช่วยกันดำน้ำอันเชิญท่านมาประดิษฐ์ไว้ให้เป็นสมบัติของชาติ

โดยไว้ในที่ที่ประชาชน สามารถกราบไหว้ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ณ สถานีตำรวจท่าข้าม

สน.ท่าข้ามได้เคยจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อเกศบล เพื่อให้ประชาชนได้เช่าและบูชาซึ่งจะได้หานำมาให้ท่านชมต่อไป

พิธีอันเชิญหลวงพ่อเกศบลขึ้นประดิษฐาน ศาลาแห่งใหม่

พลตำรวจตรี วรศักดิ์ นพสิทธิพร อดีต ผบก.น.9 ประธาน วางศิลาฤกษ์ วันวางศิลาฤกษ์ ( 26-ตุลาคม-2548)
โดยมี พันตำรวจเอก วรันธร ชัยอาญา อดีตผู้กำกับการ แม่งานผู้ริเริ่มการก่อสร้างศาลาใหม่
2 ศาล"พระพิฆเนศ" เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ

 

 

3.ศาลพระภูมิ-เจ้าที่ 4 ศาล ปู่-ย่า
ศาลพระภูมิเจ้าที่
 
ภาพพิธีพราหมณ์ อัญเชิญ เจ้าที่เจ้าทางเพื่อย้านศาลเจ้าที่ใหม่ ใน ปี พ.ศ.2548 โดยมี พ.ต.อ.การุณ กลิ่นประยูร ผู้กำกับ ร่วมทำพิธี( 9 พ.ย.2548 เวลา 09.00 น )