แนวทางปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ  พ.ศ. 2540 ของ สน.ท่าข้าม

****************

 
1.  เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของประชาชน  พ.ศ. 2540 

พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ  พ.ศ.2540  มีเจตนารมณ์พื้นฐานสำคัญอยู่  5  ประการ  คือ

                1.1  เพื่อเป็นการประกันสิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน  ในการดำเนินการต่างๆ  ของหน่วยงานของรัฐอย่างกว้างขวาง  และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารของหน่วยงานของรัฐอันจะนำไปสู่กระบวนการบริหารของรัฐที่เป็นธรรม   

                1.2  เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิทางการเมืองได้โดยถูกต้องตรงตามความเป็นจริงซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาระบบการเมืองในระบอบประชาธิปไตย

                1.3  เพื่อความจำเป็นในการคุ้มครองข้อมูลข่าวสารบางประเภทซึ่งกฎหมายได้กำหนดไว้เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงของรัฐ  ประโยชน์ที่สำคัญของเอกชนและคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล

                1.4  เพื่อส่งเสริมการปฏิรูประบบราชการ  การเปลี่ยนแปลงทัศนคติของเจ้าหน้าที่  หน่วยงานของรัฐเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและต่อประชาชน

                1.5  เพื่อการพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารของภาครัฐ  โดยการจำแนกและจัดระบบเพื่อให้การนำไปใช้ประโยชน์  และการคุ้มครองข้อมูลข่าวสารเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

                จากเจตนารมณ์ข้างต้นทำให้เนื้อหาสาระของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ  พ.ศ.2540  ในหมวดที่  1  นับตั้งแต่  มาตรา  7 – 13  ได้บัญญัติถึงการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานของรัฐต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา  ข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู  และข้อมูลข่าวสารของราชการที่หน่วยงานของรัฐต้องจัดหาให้แก่ประชาชนผู้ขอ

 

 
2.  บทบัญญัติที่เป็นกุญแจในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการ

                2.1  มาตรา  7  หน่วยงานของรัฐต้องส่งข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

                     (1)  โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน

                     (2)  สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีการดำเนินงาน

                     (3)  สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสาร

                     (4)  กฎ  มติคณะรัฐมนตรี  ข้อบังคับ  คำสั่ง  หนังสือเวียน  ระเบียบ  แบบแผน  นโยบายหรือการตีความ  ทั้งนี้  เฉพาะที่จัดให้มีขึ้นโดยมีสภาพอย่างกฎ  เพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปต่อเอกชนที่เกี่ยวข้อง

                     (5)  ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกำหนด  

                                                                                                                                                         

                2.2  มาตรา  9  ภายใต้บังคับมาตรา  14  และมาตรา  15  หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้  ประกอบด้วย

                     (1)  ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน

                     (2)  นโยบายหรือการตีความที่ไม่เข้าข่ายต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา  7 (4) 

                     (3)  แผนงาน  โครงการ  และงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่กำลังดำเนินการ

                     (4)  คู่มือหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ  ซึ่งมีผลกระทบถึงสิทธิหน้าที่ของเอกชน

                     (5)  สิ่งพิมพ์ที่ได้มีการอ้างอิงถึงตามมาตรา  7  วรรคสอง

                     (6)  สัญญาสัมปทาน  สัญญาที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอนหรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ

                     (7)  มติคณะรัฐมนตรี  หรือมติคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยกฎหมาย  หรือโดยมติคณะรัฐมนตรี  ทั้งนี้ให้ระบุรายชื่อรายงานทางวิชาการ  รายงานข้อเท็จจริง  หรือข้อมูลข่าวสารที่นำมาใช้ในการพิจารณาไว้ด้วย

                     (8)  ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกำหนด

                2.3  มาตรา  11  นอกจากข้อมูลข่าวสารของราชการที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา  หรือจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้แล้ว ถ้าบุคคลใดขอข้อมูลข่าวสารอื่นใดของราชการและคำขอของผู้นั้นระบุข้อมูลข่าวสารที่ต้องการในลักษณะที่อาจเข้าใจได้ตามควร  ให้หน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบจัดหาข้อมูลข่าวสารนั้นให้แก่ผู้ขอภายในเวลาอันสมควร  เว้นแต่ผู้นั้นขอจำนวนมากหรือบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

                     *  ข้อมูลข่าวสารที่มีสภาพที่อาจบุบสลายง่าย  หน่วยงานของรัฐจะขอขยายเวลาในการจัดหาให้หรือจะจัดทำสำเนาให้ในสภาพอย่างหนึ่งอย่างใด  เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่ข้อมูลนั้น

                     *  ข้อมูลข่าวสารของ ทางราชการ ที่จัดหาให้ต้องเป็นข้อมูลที่มีอยู่แล้วในสภาพที่พร้อมจะให้ได้  มิใช่เป็นการต้องไปจัดทำ  วิเคราะห์  จำแนก  รวบรวม  หรือจัดให้มีขึ้นใหม่  แต่ถ้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่ากรณีที่ขอนั้นมิใช่การแสวงหาผลประโยชน์ทางการค้า  และเป็นเรื่องที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพสำหรับผู้นั้นหรือเป็นเรื่องที่จะเป็นประโยชน์แก่สาธารณะ  ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ จะจัดหาข้อมูลนั้นให้ก็ได้

                2.4  มาตรา  12  ในกรณีที่มีผู้ยื่นคำขอข้อมูลตามมาตรา  11  แม้ว่าข้อมูลจะอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานส่วนกลาง  หรือส่วนสาขาของหน่วยงานนั้น  หรือจะอยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น  ให้หน่วยงานของรัฐที่รับคำขอให้คำแนะนำเพื่อให้ผู้ขอไปยื่นคำขอต่อหน่วยงานของรัฐที่ควบคุมดูแลข้อมูลนั้นโดยไม่ชักช้า

 
3.  ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสน.ท่าข้าม ( ศขส.สน.ท่าข้าม )

                ตามมาตรา  9  แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ  พ.ศ.2540  บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู ประกอบกับคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ( กขร.สน.ท่าข้าม ) ได้มีประกาศเรื่อง   หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสน.ท่าข้าม ( ศขส.สน.ท่าข้าม ) ไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู  ณ  ที่ทำการ ชั้น 2 สน.ท่าข้าม โดยเรียกสถานที่ที่จัดเก็บรวบรวมข้อมูลข่าวสารและให้บริการว่า  “ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสน.ท่าข้าม ( ศขส.สน.ท่าข้าม ) ”

 -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

            หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดให้มีศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสน.ท่าข้าม ( ศขส.สน.ท่าข้าม )

                1.  ขั้นตอนการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารและการให้บริการ  7  ขั้นตอน  ประกอบด้วย

                     1.1  การมอบหมายหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ 

                     1.2  สถานที่ตั้งของศูนย์ข้อมูลข่าวสาร   ให้จัดตั้งภายในสำนักงานที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา  ยกเว้นจำเป็นจริงๆ  ซึ่งไปจัดตั้งที่อื่นได้  โดยจัดให้ห้องหนึ่งห้องใดเป็นสัดส่วนหรือห้องสมุดของหน่วยงาน  จัดทำป้ายชื่อ  ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของหน่วยงาน  ติดไว้ให้เห็นชัดเจน  หรือทำแผนผังที่ตั้งศูนย์ไว้หน้าสำนักงาน

                     1.3  วัสดุ  อุปกรณ์  และครุภัณฑ์  ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์ โต๊ะ  เก้าอี้  ตู้เอกสาร  แฟ้มข้อมูล โทรศัพท์ กระดาษ/เครื่องเขียนเท่าที่จำเป็น  แบบฟอร์มต่างๆ  และสิ่งอำนวยความสะดวก  เช่น  เรื่องปรับอากาศ ตู้น้ำเย็น ฯ

                     1.4  การคัดเลือกเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์  หน่วยงานต้องแต่งตั้งบุคลากรทำหน้าที่ประจำศูนย์อย่างน้อยควรมีคุณสมบัติ  ดังนี้  (1)  ผ่านการอบรมหรือมีความรู้กฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ  (2)  มีมนุษย์สัมพันธ์ดี  (3)  สามารถประสานงานกับทุกหน่วยงานได้เป็นอย่างดี    (4)  มีความสามารถในการจัดระบบแฟ้ม  ระบบการสืบค้นข้อมูลหรือดัชนี            (5)  ปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์อย่างต่อเนื่อง

                     1.5  ระเบียบและหลักเกณฑ์การให้บริการ  ให้หน่วยงานเป็นผู้กำหนดเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

                     1.6  ข้อมูลข่าวสารและการจัดระบบข้อมูลข่าวสาร 

                     1.7  ขั้นตอนการให้บริการข้อมูลข่าวสาร  เมื่อประชาชนเข้ามาตรวจดูข้อมูลข่าวสาร  เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์จะต้องแนะนำให้ลงชื่อในสมุดทะเบียนเพื่อเป็นหลักฐานของทางราชการ  แนะนำให้ตรวจดูข้อมูลจากบัตรดัชนีรายการ  หรือระบบคอมพิวเตอร์  รวมทั้งให้ความช่วยเหลือในการค้นหา  หากไม่มีข้อมูลในหน่วยงานนั้น  แต่มีอยู่ที่หน่วยงานอื่นให้แนะนำเพื่อไปยื่นคำขอต่อหน่วยงานอื่นโดยไม่ชักช้า  กรณีที่ประชาชนขอข้อมูลข่าวสารและข้อมูลนั้นหน่วยงานมีพร้อมที่จัดให้  จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว 

กรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ขอมีจำนวนมาก  หรือไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน  15  วัน  ต้องแจ้งให้

ผู้ขอข้อมูลทราบ  ภายใน  15  วัน  รวมทั้งแจ้งกำหนดวันที่จะดำเนินการแล้วเสร็จให้ทราบด้วย 

 
2.  ข้อควรจำ

  ข้อมูลข่าวสารตามมาตรา  7  และมาตรา  9  ที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้นั้นจะต้อง

                                2.1  เป็นสำเนาข้อมูลข่าวสาร  ต้นฉบับหรือตัวจริงยังคงเก็บอยู่ที่หน่วยงานเจ้าของเรื่อง

                                2.2  ไม่อนุญาตให้ยืมออกไปนอกศูนย์ข้อมูลข่าวสารเพราะขัดต่อเจตนาการจัดเอาไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู  ต้องศึกษาค้นคว้าในศูนย์ข้อมูลข่าวสาร  หากต้องการขอข้อมูลใดให้ยื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่

                                2.3  ผู้เข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารต้องเป็นคนไทย

                                2.4  ผู้เข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารไม่จำเป็นต้องมีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวข้องและไม่จำเป็นต้องบอกเหตุผล

                                2.5  สิทธิของคนต่างด้าว  ในการขอตรวจดูข้อมูลข่าวสาร  ตามมาตรา  9  วรรคสี่บัญญัติว่า  ให้เป็นไปตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวงซึ่งปัจจุบันยังไม่มี  ดังนั้น  จึงเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้ดุลพินิจโดยมีหลัก  ดังนี้

                                     (1)  ข้อมูลข่าวสารตามมาตรา  7  ซึ่งลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาถือว่าเป็นการเปิดเผยต่อสาธารณะแล้วและเป็นสากล  ดังนั้น  คนต่างด้าวย่อมขอดูได้

                                     (2)  หากเป็นข้อมูลตามมาตราอื่น  เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควรแนะนำให้ทำหนังสือขอตรวจดูหรือขอสำเนาเฉพาะเรื่องที่ตนเกี่ยวข้อง  หรือเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง  คำขอเช่นนี้เจ้าหน้าที่สามารถใช้ดุลพินิจว่า  สมควรให้ตรวจดูหรือให้สำเนาได้หรือไม่

 

*********************
 
ร.ต.ท. ชลอ ชวนะกุล ศขส.สน.ท่าข้าม